ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Catherine Farm

ดินมีชีวิต ผลไม้ก็มีความสุข

ปลูกแบบอินทรีย์และเกษตรเชิงฟื้นฟู ดีกับใครบ้าง? เราสรุปแบบอ่านง่ายจากคู่มือและเอกสารของ ReCAP โครงการที่ชวนชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมหันมาฟื้นฟูสวนด้วยเกษตรอินทรีย์ มีทั้งเรื่องดิน น้ำ ผึ้ง โลกร้อน ชาวสวน ไปจนถึงคนกินอย่างเรา

ใบไม้แห้งคลุมดินรอบโคนต้นไม้ต้นเล็ก มีหน่อกล้วยแทงขึ้นมาใกล้ ๆ ริมท้องร่อง
อ่านง่าย มีแหล่งที่มา

ออร์แกนิกกับเกษตรเชิงฟื้นฟู ต่างกันยังไง?

เกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิก) คือการปลูกโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า และสารเร่งการเจริญเติบโต แต่ใช้วิธีตามธรรมชาติแทน เช่น ปุ๋ยหมัก และให้แมลงที่มีประโยชน์ช่วยคุมแมลงศัตรูพืช

เกษตรเชิงฟื้นฟู เน้นที่ผลลัพธ์ ไม่ได้หยุดแค่ “ไม่ทำร้าย” แต่ตั้งใจ “ซ่อม” ให้ดีขึ้น ให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุมากขึ้น มีสิ่งมีชีวิตหลากหลาย และเก็บคาร์บอนไว้ในดินได้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างเดียว ก็ยังไม่มีข้อห้ามเรื่องยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า หรือปุ๋ยเคมี

ReCAP จึงจับสองแนวคิดนี้มาไว้ด้วยกัน เรียกว่า การฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์ มีเกษตรอินทรีย์เป็นฐาน แล้วเพิ่มการดูแลดิน ระบบนิเวศ และความเป็นธรรมต่อคนทำงาน คู่มือของโครงการบอกว่า นี่คือการทำเกษตรที่ฟื้นฟูทรัพยากรที่ใช้ไป แทนที่จะใช้จนหมด

ที่มา[1, หน้า 2][2, หน้า 1, 26–30, 43][3, หน้า 28–29]

ดีกับใครบ้าง?

ดิน น้ำ ผึ้ง ภูมิอากาศ ชาวสวน และคนกิน สรุปจากคู่มือและเอกสารของ ReCAP กด “อ่านเพิ่ม” ในการ์ดไหนก็ได้ เพื่อดูรายละเอียดและเลขแหล่งที่มา
  • ดินที่มีชีวิต

    ดินดีเต็มไปด้วยชีวิตตัวจิ๋ว และช่วยให้ต้นไม้แข็งแรงได้เอง

    อ่านเพิ่ม เรื่อง ดินที่มีชีวิต

    ดินไม่ใช่แค่ก้อนดินไร้ชีวิตนะ ดินที่แข็งแรงแค่ช้อนชาเดียวอาจมีจุลินทรีย์ตั้งแต่ร้อยล้านถึงพันล้านตัว ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา สาหร่าย และอีกมากมาย คู่มือของ ReCAP จึงชวนให้มองดินเป็น ระบบนิเวศที่มีชีวิต

    ปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ให้ทั้งธาตุอาหารและอินทรียวัตถุ คู่มือสรุปไว้ว่า ปุ๋ยเคมีเลี้ยงพืช แต่ปุ๋ยอินทรีย์เลี้ยงดิน ส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชมากเกินไปหรือผิดวิธี ทำร้ายจุลินทรีย์ในดินและรบกวนการหมุนเวียนธาตุอาหาร

    คู่มือยกตัวอย่างจริงจากสวนมะพร้าวแห่งหนึ่งที่ราชบุรี ดินตรงที่ปลูกพืชคลุมดินมา 3 ปี มีอินทรียวัตถุ 4.05% ส่วนดินเปลือยในสวนเดียวกันมีแค่ 2.48%

    ที่มา[1, หน้า 6][2, หน้า 50–51, 55, 58, 80]

  • ดินอุ้มน้ำ สวนชุ่มชื่น

    ดินที่มีอินทรียวัตถุมากดูดซับน้ำฝนได้ดี หน้าแล้งก็ยังชุ่มชื้น

    อ่านเพิ่ม เรื่อง ดินอุ้มน้ำ สวนชุ่มชื่น

    ดินที่แข็งแรงมีโครงสร้างดี มีช่องว่างให้น้ำซึมลงไปได้เร็ว แล้วเก็บไว้ให้ต้นไม้ใช้ ส่วนดินที่มีอินทรียวัตถุน้อย ผิวดินจะอัดแน่น น้ำขังอยู่ข้างบนแล้วไหลบ่าออกไป พาหน้าดินและธาตุอาหารไปด้วย

    พืชคลุมดินและการคลุมโคนต้นด้วยใบไม้ช่วยลดการระเหยของน้ำ ให้น้ำซึมลงดินมากขึ้น และลดความจำเป็นในการรดน้ำ สวนจึงรับมือหน้าแล้งได้ดีขึ้น

    เมื่อไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ก็ลดโอกาสที่สารเหล่านี้จะปนเปื้อนดิน น้ำ และอากาศ เรื่องนี้ยิ่งสำคัญในย่านสวนร่องน้ำ ที่น้ำในคลองไหลผ่านจากสวนหนึ่งไปอีกสวนหนึ่ง

    ที่มา[1, หน้า 5][2, หน้า 1, 16, 27, 33–34, 52–55, 57, 71]

  • บ้านของผึ้งและผองเพื่อน

    ปลูกหลายอย่างปนกันและไม่ฉีดสารเคมี สวนก็กลายเป็นบ้านของผึ้ง แมลงดี และสิ่งมีชีวิตในดิน

    อ่านเพิ่ม เรื่อง บ้านของผึ้งและผองเพื่อน

    ReCAP แนะนำให้ปลูกพืชแซมหลายชนิดร่วมกับมะพร้าว เช่น กล้วย มะละกอ ใบเตย และสับปะรด รากที่หลากหลายช่วยเลี้ยงสิ่งมีชีวิตในดิน ความหลากหลายยังช่วยตัดวงจรโรคพืช และเป็นบ้านให้แมลงผสมเกสร

    ชันโรงและผึ้งโพรงช่วยผสมเกสรดอกมะพร้าว ทำให้ติดผลดีขึ้น แต่ผึ้งอ่อนไหวต่อสารเคมีมาก คู่มือของ ReCAP จึงบอกว่าผึ้งเหมาะกับสวนอินทรีย์

    แมลงบางตัวคือผู้ช่วยของชาวสวน อย่างแตนเบียนที่ช่วยคุมหนอนหัวดำมะพร้าว การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานในคู่มือจึงเน้นเพิ่มจำนวนตัวห้ำตัวเบียน แทนการพึ่งสารเคมี

    ที่มา[1, หน้า 4, 7, 8][2, หน้า 55, 64, 122, 147, 152–153]

  • ช่วยให้โลกเย็นลงอีกนิด

    ดินแข็งแรงเก็บคาร์บอนไว้ได้ และเศษใบมะพร้าวกลายเป็นปุ๋ยหมักแทนการเผา

    อ่านเพิ่ม เรื่อง ช่วยให้โลกเย็นลงอีกนิด

    เกษตรกรรมเป็นหนึ่งในต้นเหตุใหญ่ของโลกร้อน และก็เป็นหนึ่งในภาคที่โดนผลกระทบมากที่สุดด้วย ReCAP มองว่าเกษตรเชิงฟื้นฟูช่วยได้ทั้งสองทาง

    ดินเก็บคาร์บอนได้มากกว่าในบรรยากาศราว 3–4 เท่า ต้นไม้ดูดคาร์บอนไดออกไซด์มาสร้างอาหาร แล้วส่งบางส่วนลงดินทางราก การรบกวนดินให้น้อยและคลุมดินไว้เสมอ จึงช่วยให้คาร์บอนอยู่ในดินได้นานขึ้น

    คู่มือประเมินว่าสวนมะพร้าวหนึ่งไร่มีเศษทางมะพร้าวและลูกที่คัดทิ้งเฉลี่ยราว 4 ตันต่อปี ถ้าทิ้งลงคลองจะเน่าแบบไม่มีอากาศและเกิดก๊าซมีเทน ถ้าเผาก็ปล่อยควันและก๊าซขึ้นฟ้า ReCAP จึงคิดสูตรปุ๋ยหมักจากเศษมะพร้าว 3 สูตร ให้ชาวสวนนำกลับมาใช้ในสวน

    ที่มา[1, หน้า 2, 6][2, หน้า 1, 30, 49, 55, 86–88]

  • ดีต่อชาวสวน

    ไม่ต้องคลุกคลีกับสารเคมี ต้นทุนลดลง และมีรายได้มากกว่าทางเดียว

    อ่านเพิ่ม เรื่อง ดีต่อชาวสวน

    คู่มือของ ReCAP ย้ำว่าสารเคมีการเกษตรทั้งแพงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และบอกว่าการงดใช้สารสังเคราะห์ที่เป็นพิษ ช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดจากการสัมผัสสารเหล่านี้ ทั้งตอนทำงานในสวน และผ่านอาหาร อากาศ และน้ำ

    พืชคลุมดินช่วยคุมหญ้าได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้าและลดแรงงานถางหญ้า คู่มือชี้ว่าปุ๋ยหมักจากเศษมะพร้าวที่ทำเอง ต้นทุนต่ำกว่าปุ๋ยหมักส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดมาก ส่วนพืชแซมและน้ำผึ้งจากชันโรงก็ช่วยให้มีรายได้มากกว่าจากมะพร้าวอย่างเดียว

    เมื่อจบโครงการ ReCAP รายงานว่าในหมู่เกษตรกรที่เข้าร่วม การเลี้ยงผึ้งและชันโรงเพิ่มขึ้น 25% การใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์เพิ่มขึ้น 17% และการปลูกพืชคลุมดินเพิ่มขึ้น 15%

    ที่มา[1, หน้า 5, 7, 8][2, หน้า 15–16, 31, 57, 64, 87–88][7]

  • ชุมชนชาวสวนเข้มแข็ง

    ชาวสวนแบ่งปันความรู้ ช่วยกันดูแลแมลง และต่อยอดเป็นอาชีพใหม่ได้

    อ่านเพิ่ม เรื่อง ชุมชนชาวสวนเข้มแข็ง

    ReCAP ทำงานกับชาวสวนมะพร้าวน้ำหอมใน 4 จังหวัด มีเกษตรกรเข้าร่วม 449 ราย พื้นที่รวม 5,781 ไร่ และตั้งแปลงสาธิต 8 แห่ง เพื่อให้ชาวสวน หน่วยงาน และประชาชนทั่วไปได้ไปดูและเรียนรู้

    แมลงศัตรูมะพร้าวบางชนิด เช่น หนอนหัวดำ ต้องอาศัยทั้งชุมชนช่วยกันจัดการถึงจะได้ผล สวนเดียวทำคนเดียวไม่พอ

    ความรู้ยังถูกส่งต่อ มีการอบรมวิทยากรต้นแบบไว้สอนคนอื่นต่อ มีแผนส่งมอบหลักสูตรและอุปกรณ์ทำปุ๋ยหมักให้สำนักงานเกษตรในพื้นที่ใช้ต่อหลังจบโครงการ และเกษตรกรนำร่อง 4 รายก็ตั้งธุรกิจทำปุ๋ยหมักขายเองด้วย

    ที่มา[1, หน้า 3][2, หน้า 123, 145][7][9]

  • กินแล้วสบายใจ

    ผลไม้ที่ปลูกโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าสังเคราะห์ จากดินและระบบนิเวศที่ได้รับการดูแล

    อ่านเพิ่ม เรื่อง กินแล้วสบายใจ

    ผลไม้ที่ปลูกตามแนวทางนี้ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า และปุ๋ยสังเคราะห์ คู่มือของ ReCAP อธิบายว่าการงดใช้สารสังเคราะห์ที่เป็นพิษ ช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดจากการได้รับสารเหล่านั้นผ่านอาหาร อากาศ น้ำ และการทำงาน

    คู่มือยังเล่าว่าหัวใจของการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์คือการสร้างดินให้แข็งแรง โดยตั้งเป้าให้ได้อาหารที่มีคุณภาพและโภชนาการสูง ไปพร้อมกับการฟื้นฟูผืนดิน นี่คือเป้าหมายตามที่คู่มือเขียนไว้ ไม่ใช่ผลตรวจผลไม้จากสวนเรา

    ทุกครั้งที่เลือกผลไม้แบบนี้ ก็เหมือนได้ช่วยดูแลดิน ผึ้ง และชาวสวนไปด้วย ไปทำความรู้จักผลไม้จากสวนเรา

    ที่มา[2, หน้า 31, 48][3, หน้า 31, 48]

สวนเชิงฟื้นฟูทำอะไรบ้าง? (ตามคู่มือ ReCAP)

นี่คือแนวทางที่คู่มือของ ReCAP แนะนำสำหรับสวนมะพร้าวโดยทั่วไป ไม่ใช่รายการสิ่งที่สวนเราทำทุกข้อ แต่ละสวนเลือกใช้ตามสภาพพื้นที่ของตัวเอง ส่วนหลักที่ Catherine Farm ยึดถือเอง เราแยกบอกไว้อีกส่วนหนึ่ง
ต้นกล้วยที่ตัดแล้วกับใบไม้แห้งคลุมดินรอบต้นไม้ต้นเล็กริมท้องร่องในแสงเช้า

แนวทางทั่วไปจากคู่มือ ReCAP

  • ปุ๋ยหมักจากเศษในสวน

    สับเศษมะพร้าว ใบไม้ และเศษพืช แล้วหมักกับมูลสัตว์จนกลายเป็นปุ๋ยหมัก ReCAP มีสูตรปุ๋ยหมักจากเศษมะพร้าว 3 สูตร หมักราว 90 วัน คู่มือแนะนำให้หมักมูลสัตว์ก่อนใช้เสมอ เพราะความร้อนจากการหมักช่วยลดเชื้อโรค เมล็ดวัชพืช และกลิ่น

    ที่มา[1, หน้า 6][2, หน้า 80–88]

  • พืชคลุมดิน

    ปลูกพืชเตี้ยๆ คลุมหน้าดินไว้ เช่น ใบต่างเหรียญ หรือถั่วปินโต ช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน เก็บความชื้น และคุมวัชพืชได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า พืชตระกูลถั่วยังช่วยเติมไนโตรเจนให้ดินด้วย ReCAP บอกไว้ว่า ถ้าสังเกตธรรมชาติดีๆ จะไม่เจอดินเปลือยเลย ดินเปลือยเป็นสิ่งที่คนทำขึ้นเอง

    ที่มา[1, หน้า 5–6][2, หน้า 55–63][8]

  • ห่มโคนต้นด้วยใบไม้

    คลุมดินรอบโคนต้นราว 2 เมตรด้วยใบไม้ที่ร่วง หญ้าที่ตัด หรือเศษพืชอื่นๆ ช่วยเก็บความชื้น กันหน้าดินถูกกัดเซาะ รักษาอุณหภูมิดินให้พอดีกับรากและจุลินทรีย์ คุมวัชพืช และค่อยๆ ย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุ แถมไม่มีค่าใช้จ่ายเลย

    ที่มา[2, หน้า 71]

  • ปลูกพืชแซม ปลูกหลายอย่างปนกัน

    ปลูกพืชตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปในแปลงเดียวกัน ให้ใช้แสง ธาตุอาหาร และน้ำได้คุ้มค่า ReCAP แนะนำให้เลือกพืชแซมตามอายุของมะพร้าว ช่วง 3–4 ปีแรกที่มะพร้าวยังต้นเล็ก กล้วยและมะละกออยู่ในรายชื่อพืชแซมที่คู่มือแนะนำ กล้วยโตเร็ว ช่วยให้ร่มเงาและความชื้นกับมะพร้าวต้นเล็ก พอมะพร้าวโตขึ้นก็เปลี่ยนไปปลูกพืชที่ชอบร่ม เช่น ใบเตยหรือผักกูด

    ที่มา[1, หน้า 8][2, หน้า 64–69]

  • ดูแลแมลงแบบธรรมชาติ

    ใช้การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) แทนการฉีดยาฆ่าแมลง ได้แก่ ดูแลต้นให้แข็งแรง เพิ่มตัวห้ำตัวเบียน เช่น แตนเบียนที่คุมหนอนหัวดำ ใช้เชื้อราที่มีประโยชน์ เช่น เชื้อราเมตาไรเซียมที่ใช้คุมด้วงแรด ใช้กับดักแมลง เก็บกวาดสวนให้สะอาด และหมั่นเดินสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ

    ที่มา[1, หน้า 7][2, หน้า 118–147]

  • เลี้ยงชันโรงช่วยผสมเกสร

    ตั้งกล่องชันโรงหรือผึ้งโพรงไว้ในสวน เพื่อช่วยผสมเกสรดอกมะพร้าว เกษตรกรนำร่องของ ReCAP สังเกตว่าผลร่วงน้อยลง แถมยังได้น้ำผึ้งด้วย สิ่งที่ผึ้งต้องการคือดอกไม้ไว้กินเป็นอาหาร และสวนที่ไม่ฉีดสารเคมี เพราะผึ้งอ่อนไหวต่อสารเคมีมาก

    ที่มา[1, หน้า 7][2, หน้า 152–159]

  • ถนอมดิน น้ำ และขอบสวน

    ไถพรวนและใช้เครื่องจักรหนักให้น้อย ไม่ทิ้งเศษใบมะพร้าวลงคลอง (เน่าแล้วเกิดก๊าซมีเทน) แต่นำไปหมักหรือคลุมดินแทน และปลูกไม้เป็นแนวกันลมรอบสวน กันการปนเปื้อนจากแปลงข้างเคียง

    ที่มา[2, หน้า 30, 34, 43, 54–55]

ส่วนนี้เป็นเรื่องของสวนเราเอง

สิ่งที่ Catherine Farm ยึดถือ

ข้างบนคือความรู้ทั่วไปจากคู่มือ ส่วนนี่คือหลักที่สวนของเราถือปฏิบัติเอง บนร่องสวนริมคลองที่บางคนที

  • ไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า
  • ไม่ใช้สารเร่งโต
  • ไม่ใช้สารเคมี อินทรีย์ล้วน
  • ปลูกแบบหลากหลาย ผสมผสาน
  • เกษตรเชิงฟื้นฟู

เป็นวิธีดูแลสวนของเราเอง ไม่ใช่ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

ดูผลผลิตของเรา

รู้จักโครงการ ReCAP

ReCAP (Regenerative Coconuts Agriculture Project) หรือ โครงการการฟื้นฟูด้วยเกษตรอินทรีย์สำหรับมะพร้าวน้ำหอมอย่างยั่งยืน (รีแคพ) เกิดขึ้นเพราะความต้องการมะพร้าวน้ำหอมทั่วโลกพุ่งสูง ชาวสวนหลายรายจึงหันไปปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมีมากเพื่อเพิ่มผลผลิต ซึ่งทำร้ายสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชาวสวนและคนงานในสวน

โครงการดำเนินงานโดย GIZ (องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน) ร่วมกับ Harmless Harvest Thailand สนับสนุนงบประมาณโดย Danone Ecosystem Fund และ Harmless Harvest และมีกรมวิชาการเกษตรกับกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นพันธมิตร

ReCAP ทำงานใน 4 จังหวัดแหล่งมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงสมุทรสงคราม จังหวัดที่ Catherine Farm ตั้งอยู่ ที่ปากแม่น้ำแม่กลอง น้ำแตกแขนงเป็นคลองกว่า 300 สาย มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จนได้ชื่อว่า “ระบบนิเวศสามน้ำ”

ReCAP อยากให้ความรู้ไปถึงเกษตรกรให้มากที่สุด จึงเปิดให้ทุกคนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ได้ฟรี คู่มือเกษตรกรมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ดาวน์โหลดได้ที่นี่ (เปิดในแท็บใหม่)

ที่มา[1, หน้า 3][4][5][6][7][9][10][11]

ReCAP โดยย่อ

  • ระยะเวลา1 มิ.ย. 2563 – 31 ส.ค. 2566
  • พื้นที่นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม
  • ดำเนินงานโดยGIZ และ Harmless Harvest Thailand
  • สนับสนุนงบประมาณDanone Ecosystem Fund และ Harmless Harvest
  • พันธมิตรกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร
  • เกษตรกรเข้าร่วม 449 ราย พื้นที่ 5,781 ไร่
  • 384 รายผ่านการอบรมอย่างน้อย 21 ชั่วโมง
  • สูตรปุ๋ยหมักจากเศษมะพร้าว 3 สูตร และแปลงสาธิต 8 แห่ง
  • อินทรียวัตถุในดินของสวนเกษตรกรนำร่องเพิ่มขึ้น 1.15% ภายใน 28 เดือน

ตัวเลขทั้งหมดเป็นของโครงการ ReCAP และเกษตรกรที่เข้าร่วม ไม่ใช่ของ Catherine Farm

คำถามที่หลายคนสงสัย

  • Catherine Farm ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์หรือเปล่า?

    เว็บไซต์นี้ไม่ได้อ้างว่าสวนมีใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ใดๆ สิ่งที่เราเล่าคือวิธีดูแลสวนของเราเอง คือไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ไม่ใช้สารเร่งโต ไม่ใช้สารเคมี และปลูกแบบหลากหลาย ผสมผสาน ส่วนหน้านี้ก็เป็นการสรุปความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ใบรับรอง อยากถามอะไรเพิ่ม ส่งอีเมลมาคุยกันได้เลย

  • ทำไมผลไม้ออร์แกนิกบางทีหน้าตาไม่เป๊ะ?

    เพราะไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีสังเคราะห์เพื่อให้ผิวผลเนียนกริบ ผลไม้เลยอาจมีจุด มีรอยบนเปลือก หรือขนาดไม่เท่ากันบ้าง เป็นหน้าตาตามธรรมชาติของผลไม้ที่โตตามจังหวะของมันเอง คู่มือ ReCAP ก็เล่าว่าไรตัวจิ๋วบางชนิดทำให้ผิวลูกมะพร้าวเป็นแผลสีน้ำตาลแตกลาย ซึ่งคู่มือแนะนำให้ดูแลด้วยวิธีธรรมชาติแทนการฉีดยา

  • เกษตรเชิงฟื้นฟู อธิบายสั้นๆ คืออะไร?

    คือการทำเกษตรที่ไม่ได้แค่ไม่ทำร้าย แต่ช่วยให้ดินดีขึ้นกว่าเดิม หัวใจคือหลักสุขภาพดิน 4 ข้อในคู่มือ ReCAP: รบกวนดินให้น้อย คลุมดินไว้เสมอ ปลูกให้หลากหลาย และให้มีรากที่ยังมีชีวิตอยู่ในดินตลอด

  • ออร์แกนิกแปลว่าสวนไม่มีแมลงเลยใช่ไหม?

    ไม่ใช่เลย สวนอินทรีย์ก็มีแมลง แต่ใช้การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เช่น ดูแลต้นให้แข็งแรง ให้ตัวห้ำตัวเบียนช่วยกิน และหมั่นสำรวจแปลง เป้าหมายคือคุมให้อยู่ในระดับที่รับได้ ไม่ใช่กำจัดให้หมดทุกตัว เพราะแมลงหลายตัวคือเพื่อนของสวน

  • ปุ๋ยจากมูลสัตว์ในสวนอินทรีย์ สะอาดปลอดภัยไหม?

    คู่มือ ReCAP แนะนำให้หมักมูลสัตว์ให้เป็นปุ๋ยหมักก่อนใช้ ความร้อนระหว่างหมักช่วยลดเชื้อโรค เมล็ดวัชพืช และกลิ่น และการหมักยังช่วยลดการปนเปื้อนลงแหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน มาตรฐานอินทรีย์ของสหรัฐฯ ที่คู่มืออ้างถึงก็กำหนดว่า ถ้าจะใช้มูลสัตว์ดิบกับพืชอาหาร ต้องคลุกลงดินก่อนเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 90–120 วัน

  • ReCAP ช่วยเขียนหรือตรวจหน้านี้ไหม?

    ไม่ได้ช่วย เราเขียนสรุปเองจากเอกสารที่ ReCAP และ GIZ เผยแพร่สู่สาธารณะ และบอกแหล่งที่มาไว้ตลอดทั้งหน้า หน้านี้ไม่ได้ผ่านการตรวจหรือรับรองจาก GIZ, ReCAP หรือพันธมิตรของโครงการ ถ้าอยากอ่านฉบับเต็ม ดาวน์โหลดคู่มือได้ฟรี (เปิดในแท็บใหม่)

แหล่งที่มา

เอกสารและบทความที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ตัวเลขในวงเล็บเหลี่ยมบนหน้านี้ชี้มาที่รายการด้านล่าง
  1. 1
    Regenerative Coconut Agriculture — Brochure, Regenerative Coconuts Agriculture Project (ReCAP) (เปิดในแท็บใหม่)

    ReCAP: GIZ, Harmless Harvest, Danone Ecosystem Fund, Department of Agriculture, Department of Agricultural Extension · 2023PDFภาษาอังกฤษ

  2. 2
    Regenerative Organic Agriculture Training for Coconut Farmers — Handbook for Farmers (เปิดในแท็บใหม่)

    ReCAP: GIZ, Harmless Harvest, Danone Ecosystem Fund, Department of Agriculture, Department of Agricultural Extension · 2023PDFภาษาอังกฤษ

  3. 3
  4. 4
  5. 5
  6. 6
    Regenerative Coconuts Agriculture Project (ReCAP) — หน้าโครงการ (เปิดในแท็บใหม่)

    GIZ Thailand (Thai-German Cooperation)เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

  7. 7
    Regenerative coconut agriculture helps to counter climate change (เปิดในแท็บใหม่)

    GIZ Thailand (Thai-German Cooperation) · 2023เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

  8. 8
    Regenerative Farming: An opportunity to improve the livelihoods of coconut farmers (เปิดในแท็บใหม่)

    GIZ Thailand (Thai-German Cooperation) · 2023เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

  9. 9
    Scaling up regenerative agriculture (เปิดในแท็บใหม่)

    GIZ Thailand (Thai-German Cooperation) · 2022เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

  10. 10
    Harmless Harvest and GIZ: Partners for Sustainable Aromatic Coconuts (เปิดในแท็บใหม่)

    GIZ Thailand (Thai-German Cooperation) · 2021เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ

  11. 11
    Regenerative Coconuts Agriculture Project (ReCAP) — เอกสารและวิดีโอ (เปิดในแท็บใหม่)

    Sustainable Agrifood System in ASEAN (asean-agrifood.org)เว็บไซต์ไทย / อังกฤษ